การ์ตูน

มังงะ (漫画)พัฒนามาจากการรวมกันระหว่าง อุกิโยะเอะ(浮世絵) กับการเขียนภาพแบบตะวันตก ถือกำเนิดในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

มังงะ นั้นมีความหมายใกล้เคียงกับกับคำว่า คอมมิกส์ (Comic) ของอเมริกัน แต่ มังงะนั้นมีความสำคัญกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากว่าที่ คอมมิกส์ มีความสำคัญกับวัฒนธรรมอเมริกัน ในญี่ปุ่นนั้น มังงะได้รับการยกย่องให้เป็นทั้งศิลปะ และวรรณกรรมสมัยใหม่ ในขณะที่ คอมมิกส์ ไม่ใช่

ใน ประเทศไทยนั้นหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น มีที่มาจากการที่นักเขียนท่านหนึ่งบังเอิญไปพบหนังสือการ์ตูนเล่มหนาที่ร้าน หนังสือเก่า โดยในเล่มมีการ์ตูนเรื่อง หุ่นอภินิหาร ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมทางโทรทัศน์ในขณะนั้น อยู่ด้วยกันหลายหน้า แต่เนื่องจากมีจำนวนไม่มากพอสำหรับตีพิมพ์เป็นเล่มการ์ตูนไทย นักเขียนท่านนั้นจึงจัดการแต่งเรื่องขึ้นมาใหม่โดยที่ยังคงลักษณะของตัวละคร ตามหนังสือที่ซื้อมา เมื่อวางตลาดแล้วแล้วปรากฏว่ามียอดขายดีมาก จึงทำให้มีนักเขียนคนอื่นๆพากันทำตาม (จุลศักดิ์ อมรเวช, 2544. หน้า 447)

ปัจจุบัน อัตราการเจริญเติบโตของหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นในประเทศไทยนั้น นับได้ว่าเป็นผู้ครองตลาดอันดับหนึ่งเลยทีเดียว โดยมีสำนักพิมพ์ใหญ่ๆเช่น วิบูลย์กิจ คอมมิกส์ สยามอินเตอร์ คอมมิกส์ และบงกชคอมมิกส์ ฯลฯ เป็นผู้จัดจำหน่าย และในแต่ละเดือนมียอดรวมกันกว่า 1,000 รายการ (เพชรรัตน์ ภักดี, 2547. เว็บไซต์) แสดงให้เห็นว่า การ์ตูนญี่ปุ่นได้รับความนิยมอย่างมาก และขณะนี้มีการนำวรรณกรรมไทยมากวาดให้มีลักษณะเหมือนกับการ์ตูนญี่ปุ่น เช่น ไกรทอง พระอภัยมณี ฯลฯ

จาก ผลการวิจัยของ ชุติมา ธนูธรรมทัศน์ ซึ่งมาจากส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2546 พบว่า แก่นความคิดของการ์ตูนโดยส่วนใหญ่จะแสดงออกถึงความมานะพยายามของตัวละครที่ ต้องการบรรลุสิ่งที่มุ่งหวังด้วยความอดทนและขยันหมั่นเพียรอันเป็นลักษณะ เด่นของวัฒนธรรมญี่ปุ่น รวมไปถึงค่านิยมที่เป็นลักษณะเฉพาะของชาวญี่ปุ่น เช่น สำนึกของความเป็นกลุ่ม ความมานะ มีระเบียบวินัย ส่วนสิ่งที่เปลี่ยนไปจากแบบดั้งเดิม ได้แก่ ค่านิยมที่จัดอันดับสูงต่ำจากความสามารถแมนอาวุโสและค่านิยมในความเป็น ปัจเจกที่มากขึ้น

ผล จาการรับเอาวัฒนธรรมการอ่านการ์ตูนนั้น ถึงแม้จะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมความรู้หรือศีลธรรมผ่านหนังสือการ์ตูน ที่แต่งโดยคนไทย(ซึ่งเลียนแบบรูปแบบจากญี่ปุ่น) แต่การแสดงออกมาในรู้แบบของพฤติกรรมของวัยรุ่นที่เริ่มมีแนวโน้มในการแสดง พฤติกรรมหรือใช้ชีวิตเหมือนดังเช่นบรรยายอยู่ในการ์ตูนญี่ปุ่นที่เปรียบ เสมือนโลกแห่งความฝันนั้นจะส่งผลกระทบต่อวัยรุ่นมากแค่ไหนจึงเป็นสิ่งที่น่า ติดดามอย่างยิ่ง

เพลง ละคร ภาพยนตร์

วัฒนธรรมการฟังเพลงญี่ปุ่นแนว J-Pop และ J-Rock ของวัยรุ่นไทยนับวันจะแผ่ขยายออกไปในวงกว้าง สังเกตได้จากร้านขายเทป ซีดี เพลงญี่ปุ่นที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆที่วัยรุ่นไทยแทบจะฟังเนื้อร้องไม่ออกด้วยซ้ำ

จาก งานวิจัยของวิภารัตน์ พันฤทธิ์ดำ จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง "อิทธิพลของวัฒนธรรมต่างประเทศที่มีต่ออัตลักษณ์ของวัยรุ่นไทย : ศึกษาเฉพาะกรณีดนตรีญี่ปุ่น" พบว่า หลังจากที่เริ่มฟังเพลงญี่ปุ่น วัยรุ่นกลุ่มนี้จะมีการติดต่อเพื่อแลกเปลี่ยนที่อยู่กัน ส่วนใหญ่จะรู้จักเพื่อนใหม่ที่เป็นคนคอเดียวกันในร้านขายเทป จากนั้นจึงรู้จักและนัดเจอกันทุกเสาร์อาทิตย์ และมีกิจกรรมร่วมกันที่สยาม ซึ่งนอกจากแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องเพลงแล้ว วัยรุ่นกลุ่มนี้ยังมีเพื่อนใหม่ มีสังคมอีกสังคมหนึ่ง นอกเหนือจากกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียน การฟังเพลงญี่ปุ่นทำให้วัยรุ่นกลุ่มนี้รู้สึกว่าตัวเองโดดเด่นจากเพื่อนคน อื่นและกลุ่มอื่น เพลงญี่ปุ่นทำให้พวกเขารู้สึกว่ามีสิ่งแปลกใหม่ ไม่ซ้ำซากจำเจ เป็นผู้นำ นอกจากนั้นศิลปินญี่ปุ่นจะมีลักษณะเด่นหรือการสร้าง "สัญญะ" ที่เป็นตัวของตัวเอง เช่น แต่งตัวไม่ซ้ำแบบใคร ทรงผมที่แหวกแนว การแสดงบนเวทีที่สามารถแสดงอะไรออกมาก็ได้ ศิลปินญี่ปุ่นจึงเป็นเหมือนฮีโร่ของเด็กกลุ่มนี้ที่พวกเขาต้องการเลียนแบบ นั่นเอง ความนิยมเพลงญี่ปุ่นแม้แต่ผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจเกี่ยวกับเพลงก็ยังยืนยัน ไม่ได้ว่าจะขยายตัวได้มากน้อยแค่ไหน เพราะต้องขึ้นอยู่กับกระแสและพฤติกรรมของผู้บริโภค

ละคร และภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่แสดงถึงความ สดใส น่ารัก หรือวงดนตรีเร้าใจกับศิลปินที่หน้าตาแบบเอเชีย ก็เป็นสิ่งดึงดูดให้วัยรุ่นคลั่งไคล้อย่างมาก แม้บางคนจะฟัง และรู้จักภาษาญี่ปุ่นน้อยกว่าภาษาอังกฤษมากนักแต่ก็ยังนิยมญี่ปุ่นมากกว่า

メインメニュー

ข้อมูลเกี่ยวกับไทย-ญี่ปุ่น一覧

携帯サイト