คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นอนุมัติแผนกระตุ้นเศรษฐกิจฉุกเฉินฉบับใหม่มูลค่า 61,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.05 ล้านล้านเยน (1.83 ล้านล้านบาท) เมื่อวันศุกร์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเงินฝืดและค่าเงินเยนแข็ง

เงินจำนวนนี้จะเป็นงบประมาณพิเศษ ซึ่งรัฐบาลพยายามผลักดันให้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนสิ้นเดือนนี้ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เนื่องจากต้องได้รับการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านที่มีเสียงเข้มแข็งในสภา นายกรัฐมนตรีนาโอโตะ คัง ต้องมีความสามารถในการหาเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรคฝ่ายค้านเพื่อให้ผ่านสภา

แผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้เป็นแผนที่ 2 ในสมัยรัฐบาลของนายคัง ซึ่งขึ้นบริหารประเทศมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน แผนดังกล่าวประกอบด้วยโครงการจ้างงาน งบประมาณสวัสดิการ โครงการสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังมีบทเฉพาะกาลเรื่องการหาแหล่งแร่หายากแหล่งใหม่ ซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบเทคโนโลยีสูงในรถยนต์และคอมพิวเตอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เกิดปัญหาการส่งมอบเพราะความขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่น

ถ้างบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ผ่านสภา คาดว่าจะเพิ่มตัวเลขผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ของญี่ปุ่นได้ร้อยละ 0.6 และช่วยรักษาการจ้างงานด้วย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเกิดขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อวันอังคาร ซึ่งธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศอัตราดอกเบี้ยใหม่ อยู่ที่เกือบร้อยละศูนย์ และมาตรการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเอาชนะเงินฝืดและผลกระทบจาก ค่าเงินเยนแข็ง

ส่วนจีนคาดว่าจะแซงหน้าญี่ปุ่นขึ้นแท่นเป็นประเทศร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกภายในปี 2558 โดยได้รับอานิสงส์จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจ และการบริโภคภายในประเทศแข็งแกร่ง ในรายงานประจำปีเรื่องโกล บอล เวลท์ ของสถาบันวิจัยเครดิต สวิส สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ คาดการณ์ว่า มูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดในจีนจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าใน 5 ปี กระโดดขึ้นไปร้อยละ 111 อยู่ที่ 35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว จีนเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 7 ของโลก ตั้งแต่นั้นมา จีนก็ได้เร่งการพัฒนาจนแซงประเทศยักษ์ใหญ่ในยุโรป และคาดว่าจะแซงญี่ปุ่นในปี 2558 ปัจจุบันนี้ สหรัฐเป็นประเทศที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ครองส่วนแบ่งร้อยละ 27 จากมูลค่าทรัพย์สิน 195 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ 2 เป็นญี่ปุ่น ร้อยละ 11 และจีนที่ 3 ร้อยละ 8 ส่วนฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนีและอังกฤษ อยู่อันดับ 4 ร่วม มีทรัพย์สินร้อยละ 6.

ที่มา....http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=562&contentID=96964

メインメニュー

ข้อมูลเกี่ยวกับไทย-ญี่ปุ่น一覧

携帯サイト