สิ่งที่คนไทยคิดว่าแปลกเกี่ยวกับคนญี่ปุ่น

ทำไมถึงต้องเอาแต่ประชุมกันตลอดเลยนะ ?" ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนญี่ปุ่นชอบการประชุมครับ บางครั้งเอาแต่ประชุมกันทั้งวันก็ยังได้ ที่ญี่ปุ่นนิยมใช้ระบบวิธีการส่งเสียงสะท้อนที่มีต่อการบริหาร เรียกว่า Bottom Up โดยจะมีการรับฟังความคิดเห็นแม้แต่จากพนักงานที่อยู่ในตำแหน่งต่ำสุดอย่าง เท่าเทียม ในขณะที่เมืองไทยส่วนใหญ่จะใช้ระบบ Top Down ในการทำงานจึงอาจจะรู้สึกลำบากอยู่บ้าง

"ทำไมคนญี่ปุ่นต้องคอยเคร่งเครียดกับความผิดพลาดเล็กน้อยถึงขนาดนั้น?"ดัง สุภาษิตที่บอกว่าถ้าเห็นแมลงสาบ 1 ตัว ก็จะคิดว่ามีแมลงสาบซ่อนอยู่ในบ้าน 1,000 ตัว กล่าวคือ ถ้ามองเห็นความผิดพลาดเล็ก ๆน้อย ๆ อย่างหนึ่ง ต้องสงสัยไว้ได้เลยว่า ที่จริงแล้วมีความผิดพลาดในการทำงานซ่อนอยู่อีกมากมายหลายเท่า และหากไม่ชี้แจงถึงสาเหตุของความผิดพลาดที่ถูกพบให้กระจ่าง เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 2 ก็จะนำมาซึ่งความรู้สึกกังวลว่า ความผิดพลาดนี้อาจจะก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาในอนาคต

"ใช่" หมายถึง "ไม่ใช่"/ "ไม่ใช่" หมายถึง "ใช่" ? (「はい」は「いいえ」、「いいえ」は「はい」?) ประเด็น ดังกล่าวเป็นความยากในการแปลภาษาญี่ปุ่น ทั้งนี้ คำว่า "はい" ไม่ได้หมายถึงYes เสมอไป แต่อาจมีความหมายว่า "กำลังตั้งใจฟังอยู่" ก็ได้ ในทางกลับกัน แม้จะพูดว่า "いいえ" แต่ในบางกรณีก็ไม่ได้มีหมายความเป็นการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง เหมือนคำว่า No ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องคิดตาม และเข้าใจบริบทแวดล้อม รวมถึงพื้นเพของเรื่อง

" ไม่เข้ารับการอบรมในฐานะผู้ใหญ่?" คน ญี่ปุ่นนั้นแม้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งประธานบริษัท ผู้จัดการโรงงาน หรือหัวหน้าฝ่าย ที่บริษัทลูกในเมืองไทย แต่ก็มีหลายกรณีที่เมื่ออยู่ที่ญี่ปุ่นคนเหล่านั้นได้ทำงานแค่ในตำแหน่งหัว หน้าแผนก หรือตำแหน่งที่ต่ำกว่า รวมถึงมีประสบการณ์ในการบริหารดูแลลูกน้องเพียงไม่กี่คนเท่านั้น กล่าวคือมีคนจำนวนมากที่อยู่ในฐานะ "ผู้ใหญ่" ซึ่งต้องควบคุมดูแลพนักงานหลายร้อย หลายพันคนเป็นครั้งแรก ส่งผลให้ต้องทำงานทั้งๆ ที่รู้สึกยากลำบาก ยิ่งคนที่ใจร้อน และมีการพูดการกระทำอันเป็นภาพลักษณ์ของประธานบริษัท ห่างไกลกับที่คนไทยคิดเอาไว้ด้วยแล้ว กรุณาให้การดูแลสักระยะจนกว่าเขาจะปรับตัวได้ด้วยนะครับ

ทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นต่างก็ไม่ได้มีค่านิยมในการทำงานแตกต่างกันมากขนาดนั้น โดยคนญี่ปุ่นชอบคนที่ "ขยัน" และ "มีความพยายาม" มากกว่า "คนฉลาด" คนญี่ปุ่นที่ผมรู้จักทุกคนบอกว่า "คนไทยเป็นคนขยันทำงาน" หรือไม่ก็ "ขยันยิ่งกว่าคนญี่ปุ่นเสียอีก" ผมคิดว่าไม่ใช่เพียงความรู้ หรือประสบการณ์ และประสิทธิภาพในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการแสดงความพยายาม การเสียหยาดเหงื่อ หยดน้ำตาในระหว่างการทำงาน ที่จะทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจกันและกันได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น จนส่งผลให้สามารถสร้างผลงานที่ดีได้สำเร็จ

จริงหรือไม่ที่ว่าทรัพยากรบุคคลที่สื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ชอบเปลี่ยนงาน?
ถึงแม้ว่าจะได้ทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียง และเงินเดือนสูง แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่ลาออกจากงานภายใน 2 ปี อย่างเหนือความคาดหมาย เป็นเรื่องที่แปลกมากสำหรับคนญี่ปุ่น อย่างที่โรงเรียนภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นวาเซดะ ก็มีหลายคนที่ลาออกจากบริษัทญี่ปุ่นที่ใหญ่โต เป็นที่รู้จักของทุกคน โดยมีเหตุผลว่า

"ลาออกจากบริษัทเพื่อมาเรียนรู้"
เมื่อลองฟังดูแล้ว ส่วนใหญ่จะบอกเหตุผลในการลาออกต่อบริษัทว่า

"คนในครอบครัวเจ็บป่วย"

"(อยาก) เรียนต่อปริญญาโท"

หรือ "อยู่ไกลบ้านมาทำงานลำบาก"

แต่เหตุผลจริงๆ แล้วคือ

"ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในองค์กรไม่ดี"

"เบื่อที่ต้องทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำซาก"

หรือ "ไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้" เป็นต้น

メインメニュー

เกี่ยวกับญี่ปุ่น一覧

携帯サイト