มีช่วงการเดินทางอยู่ 3 ช่วงใหญ่ๆ คือ ช่วงเวลา"สัปดาห์ทอง", ช่วงเวลา "เทศกาลโอบ้ง" (เดือนสิงหาคม) และช่วงวันหยุดปีใหม่ การคมนาคมทุกประเภทจะเต็มไปด้วยผู้คนท่องเที่ยวจำนวนมาก สามารถแบ่งความนิยมในการท่องเที่ยวได้หลายประเภท

การเดินทางของชาวญี่ปุ่น

มีช่วงการเดินทางอยู่ 3 ช่วงใหญ่ๆ คือ ช่วงเวลา"สัปดาห์ทอง", ช่วงเวลา "เทศกาลโอบ้ง" (เดือนสิงหาคม) และช่วงวันหยุดปีใหม่ การคมนาคมทุกประเภทจะเต็มไปด้วยผู้คนท่องเที่ยวจำนวนมาก สามารถแบ่งความนิยมในการท่องเที่ยวได้หลายประเภท


ชูกะกุ เรียวโก (การนำเที่ยวของโรงเรียน)

ในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ ร่วง เด็กนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายมักจะออกเดินทางท่องเที่ยว โดยรถไฟและรถบัสกันเป็นจำนวนมาก การเดินทางมักนิยมท่องเที่ยวเมืองโตเกียว และเมืองนาราที่มีวัดและสถานที่แสดงถึงวัฒนธรรมของชาติ หรือไปเมืองฮิโรชิมา ซึ่งเด็กๆจะได้ดูสิ่งที่เหลือจากการโจมตีด้วยระเบิดนิวเคลียร์ระหว่างสงคราม โลก และเป็นการปลูกฝังความรู้สึกที่เห็นคุณค่าแห่งความสงบสุข ส่วนเด็กที่อยู่ตามต่างจังหวัดมักจะเดินทางมาเที่ยวย่านฮาราจูกุในโตเกียว

การท่องเที่ยวของนักศึกษามหาวิทยาลัย

นักศึกษา มหาวิทยาลัยมักจะไปเที่ยวทะเลและปีนเขาในช่วงฤดู ร้อน เล่นสกีในฤดูหนาว และตั้งค่ายฝึกเล่นเทนนิสในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง ส่วนนักศึกษาปีสุดท้าย มักใช้เวลาในช่วงฤดูร้อนเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศโดยใช้เงินซึ่งเก็บจากการ ทำงานพิเศษ (arubaito )

พนักงานบริษัท

พนักงาน บริษัทสาวๆ ญี่ปุ่นนิยมใช้เวลาในวันหยุดเดินทางไปเที่ยวเกาะฮาวาย เกาะกวม รวมถึงในประเทศไทย โดยใช้เงินเดือนและโบนัสทั้งหมดที่มีอยู่

สมาชิกในครอบครัว

สถานที่ที่เด็กๆนิยมคือ Disneyland และ Universal Studio รวมถึงสวนสนุกตามเมืองต่างๆ ซึ่งนิยมไปกันทั้งครอบครัว และการเดินทางไปยัง ออนเซน (น้ำพุร้อน) ก็นับเป็นการพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างมาก มีทั้งคู่ที่มีอายุ และหนุ่มสาวต่างพากันออกไปตามนอกเมืองเพื่อแช่น้ำพุร้อนโดยเฉพาะ



เครื่องแบบนักเรียนญี่ปุ่น

ชุดนักเรียนญี่ปุ่น นั้นมีครั้งแรกในสมัยเมจิ (ค.ศ. 1868 - 1912) โดยมีวัฒนธรรมทางตะวันตกเข้ามา เสื้อปกกะลาสีของทหารได้รับความนิยมจึงถูกเลือกเป็นเครื่องแบบนักเรียนหญิง ส่วนนักเรียนชายเป็นเสื้อคอปิดแขนกระบอกสีดำ มีการเปลี่ยนเครื่องแบบนักเรียนในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน และเครื่องแบบฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม แต่ในโรงเรียนอาจมีการกำหนดวันเฉพาะของทางโรงเรียนตามความเหมาะสม แต่ในมหาวิทยาลัยนั้นไม่มีเครื่องแบบเป็นทางการ แต่นิยมใส่ "ฮากามะ" ชุดญี่ปุ่นที่มีลักษณะคล้ายกางเกงโดย ใส่ทับบนชุดกิโมโนซึ่งชุดนี้จะใส่ในวันพิธีจบการศึกษา ส่วนผู้ชายจะสวมใส่ชุดกิโมโนสำหรับผู้ชายและมีเสื้อสวมทับ

メインメニュー

เกี่ยวกับญี่ปุ่น一覧

携帯サイト