ร่มญี่ปุ่น หรือ ที่เรียกว่า คาระคาซ่า ถ้าแปลตามตัวจะแปลว่า \"ร่มจีน\" แค่นี้ก็พอจะเดาออกว่าร่มญี่ปุ่นในอดีตนั้นนำเข้ามาจากประเทศจีนอย่างแน่นอน ซึ่งปัจจุบันจะยังเห็นภาพตามกำแพงของหลุมฝังศพก่อนประวัติศาสตร์ จะมีรูปขุนนางติดตามด้วยคนรับใช้สองคนคอยถือร่มให้เจ้านายของตน หรือจะเป็นในนวนิยายของญี่ปุ่นก็ยังมีการบรรยายถึงร่มของเจ้านายแต่ละองค์ ด้วย จึงเห็นได้ว่าร่มในญี่ปุ่นนั้นเป็นอุปกรณ์สำคัญมากในชีวิตประจำวันของขุนนาง และคนญี่ปุ่นในยุคเก่า

ในสมัยก่อนร่มทำด้วยผ้า ซึ่งจะเป็นผ้าไหมซะส่วนใหญ่ และไม่สามารถหุบร่มมาเก็บไว้ได้ ซึ่งจะไม่ได้ใช้ร่มนี้กันแดดหรือฝน แต่กลับมีไว้เพื่อแสดงอำนาจและฐานะของขุนนางในสมัยนั้น แม้แต่พระก็ยังต้องมีร่มไว้แสดงยศศักดิ์ ร่มบางคันก็จะมีตราประจำตระกูล ซึ่งญี่ปุ่นใช้สืบเนื่องกันมานานนับพันปี เมื่อเวลาผ่านไปร่มญี่ปุ่นที่ไม่สามารถเปิดปิดได้ ก็ไม่เป็นที่นิยมใช้กันอีกต่อไป ในสมัยเอโดะ หรือโตเกียวเก่าได้มีการพัฒนาให้งดงาม ทำโดยช่างฝีมือ จนทำให้ร่มกันแดดกันฝนได้ดีขึ้น มีการนำร่มที่ทำด้วยผ้า หรือกระดาษมาชุบน้ำมัน เพื่อให้กันฝนได้ สีของร่มญี่ปุ่นในสมัยนั้นจะจัดจ้าน และยังมีน้ำหนักเบาอีกด้วย

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง มีการผลิตร่มขึ้นในรูปแบบอุตสาหกรรม จากผ้าและกระดาษ กลายเป็นร่มพลาสติก เน้นสีเข้ม และใช้กันอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งร่มแบบญี่ปุ่นที่มีความงดงามสีจัดจ้าน หายไปจากท้องถนนญี่ปุ่นในวันฝนตก แต่กลับเห็นร่มสีดำจำนวนมาก พร้อมกับคนที่อยู่ในชุดสูทผูกไทย์ เดินกันขวักไขว่บนถนนญี่ปุ่นในวันฝนตก ส่วนภาพของร่มญี่ปุ่นที่ทำอย่างปราณีตกลับไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์แทน หรือเวลาไปดูคาบูกิ ก็จะเห็นนักแสดงถือร่มญี่ปุ่น และเดินอย่างเชื่องช้าสง่างามเข้ากับท่าทางการร่ายรำแบบญี่ปุ่น ภาพของหญิงชาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโนถือร่มญี่ปุ่นดูงดงามนั้นช่างหาชมได้ยาก นักในปัจจุบัน

メインメニュー

เกี่ยวกับญี่ปุ่น一覧

携帯サイト