เมื่อมีเหตุด่วนเหตุร้ายเกิดขึ้น
ในญี่ปุ่นจะกดโทรศัพท์เรียก 110 สามารถเรียกได้ตลอด

ตำรวจที่ญี่ปุ่นโดยปกติจะไม่แต่งชุดตำรวจออกจากบ้านแบบตำรวจไทย แต่จะแต่งสูทเหมือนไปทำงานบริษัทตามปกติ จะแต่งชุดตำรวจก็ต่อเมื่อต้องออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ตำรวจที่อยู่ในสำนักงานอาจจะไม่แต่งเครื่องแบบก็ได้ สาเหตุที่ตำรวจไม่แต่งเครื่องแบบออกมาจากบ้าน อาจจะเป็นเพราะที่ญี่ปุ่นนิยมแยกเรื่องส่วนตัวกับภาระผูกพันจากกัน อย่างในเมืองไทย ถ้าคนข้างบ้านเป็นตำรวจก็จะรู้จักและให้ความเกรงใจในฐานะเป็นตำรวจ อาจจะทำให้ทำำงานได้ยาก ไม่สะดวก ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจจะปฏิเสธไม่ให้ถ่ายรูป เมื่อปฏิบัติหน้าที่เสร็จก็จะเปลี่ยนเป็นชุดสูทตามปกติกลับบ้าน


อาวุธของตำรวจญี่ปุ่นโดยปกติจะไม่พกปืน มีเพียงกระบองซึ่งถูกออกแบบให้พับเก็บได้ และกุญแจมือ ตำรวจหลาย ๆ นายได้รับการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ เช่น ยูโด คาราเต้มาอย่างดี แต่เมื่อวัยล่วงเลยไป ก็อ้วนป่องพอ ๆ กับตำรวจไทยเหมือนกัน ตำรวจบางท่านจะมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น วิทยุมือถือ ปาล์ม ไว้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ในศูนย์ข้อมูล


หน้าที่ของตำรวจอาจจะแตกต่างกันไปตามพื้นที่ ที่ป้อมตำรวจจะมีแผนที่เขตและเขตรอบพื้นที่ที่รับผิดชอบเพื่อช่วยในกรณีถาม ทาง นอกจากงานลาดตระเวณ งานประจำป้อมตามปกติแล้ว บางครั้งก็จะออกไปตั้งจุดตรวจ เช่น คอยเตือนบรรดาผู้ขี่จักรยานให้เปิดไฟหน้าในยามดึก หรือจับพิรุธ เพราะในเมืองมีปัญหาเรื่องจักรยานหายบ่อยมาก (ยิ่งถ้าเป็นนักเรียนต่างชาติก็อาจจะถูกเพ่งเล็งมากหน่อย เพราะจักรยานที่ญี่ปุ่นแพง และนักเรียนต่างชาติมักอยู่กันไม่นาน อาจมีแรงจูงใจให้ขโมยจักรยานที่วางทิ้งไว้ง่ายกว่าคนญี่ปุ่น) เท่าที่สอบถามมาเจ้าหน้าที่ไม่มีการปรับโดยตรง ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ก็มักจะเชิญไปที่สถานีตำรวจเลย หลังจากนั้นก็เป็นมาตรการภายในสถานีตำรวจ ที่เราไม่อาจทราบ

ตามซุปเปอร์มาร์เก็ต มีปัญหาเรื่องการลักขโมยอยู่บ่อย คนที่ลักขโมยส่วนใหญ่มักจะเป็นคนแก่ซึ่งก็มีเงินจ่าย แต่อาจจะอยากลักขโมยเพื่อความตื่นเต้นจนติดเป็นนิสัย ในซุปเปอร์มาร์เก็ต จะมีคนอีกสายงานหนึ่งเรียกว่า 「ジーメン」( G-men : government men ) เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษที่ญี่ปุ่นสร้างขึ้น เรียกคนที่ทำหน้าที่คล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบ ปะปนกับลูกค้า คอยจับพิรุธคนขโมย เมื่อจับได้ปกติก็มักจะเพียงว่ากล่าวตักเตือน แต่ถ้าบ่อยเข้าถึงจะเรียกตำรวจมาพาไปลงคดีความ จีเม็นที่จริงแล้วอาจจะไม่ได้ขึ้นตรงกับรัฐบาลเหมือนชื่อ อาจเป็นคนที่ได้รับการฝึกฝนในการจับพิรุธในบริษัทเอกชนที่ทางซุปเปอร์มาร์ เก็ตจ้างมาอีกต่อหนึ่ง

ย้อนกลับมาพูดเรื่องป้อมตำรวจ ปกติแล้วป้อมตำรวจจะไม่มีห้องฝากขัง แม้ว่าหน้าป้อมจะมีป้ายประกาศหาคน หรือแจ้งจับใครอยู่ แต่เมื่อจับผู้ต้องหาซึ่งเรียกว่า 「容疑者」( yougisha ) ได้ก็จะถูกส่งตัวไปสถานีตำรวจซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า เรียกว่า 「警察著」( keisatsucho ) ที่นี่จะมีห้องขัง หรือห้องฝากขังเรียกว่า 「留置場」( ryuuchijou ) ขาจรก็มักจะเป็นกรณีทะเลาะวิวาทประจำวัน หรือคนเมาเหล้า


หากมีคดีสะเทือนขวัญ ภาระงานก็จะถูกโอนไปอยู่กับสถานีที่ใหญ่กว่า หากเรื่องถึงศาลมีการตัดสินความเป็นที่เรียบร้อย ก็อาจจะถูกส่งตัวไปอยู่ในคุก ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า 「監獄」( kangoku : เรือนจำ ) ถ้าเป็นคดีที่ไม่ใหญ่โต โดยปกติจะอะลุ้มอล่วยให้ " รอลงอาญา" ไว้และมีรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่เป็นระยะ โดยระหว่างนั้นก็อาจจะยึดเอกสาร หรือใบประกอบการเพื่อจำกัดบริเวณ

http://www.jeducation.com/THAI/sign/33_police/police.htm

メインメニュー

เกี่ยวกับญี่ปุ่น一覧

携帯サイト