กว่าจะมีเวลาเข้ามาอัพ... แทบจะลืมว่าสองสามวันนี้ไปทำอะไรมามั่ง ทิ้งช่วงนานจนจากที่เคยฟิวล์ขาด เล่าให้คนนู้นคนนี้ฟังจนตอนนี้อารมณ์ดีแล้ว แต่ก็ดีอ่ะ... เราจะได้ไม่ต้องเก็บช่วงที่ตัวเองอารมณ์ไม่ดีเอาไว้ในบลอค พอกลับมาอ่านจะได้ไม่ต้องขุดคุ้ยขึ้นมาว่าวันนี้เคยหงุดหงิดอะไร --.--

วกกลับเข้าหัวข้อหลัก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าเพราะดวงซวย หรือโชคชะตาพาไป แต่อยู่ๆเราก็ต้องไปไซตามะ ทั้งๆที่เราไม่ได้อยากจะไปเป็นพิเศษอะไร แถมวันนั้นก็มีแพลนทำอย่างอื่นไว้แล้วด้วย เหมือนกึ่งๆถูกมัดมือชกให้ไป และสุดท้ายเราก็ไปจบตัวเองอยู่ในโรงหนัง และก็เลยได้เข้าโรงหนังที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในชีวิต

* ความประทับใจที่ 1 : รอบหนังโชว์ด้วยกระดาษ A3 ขาวดำ

ถ้า เป็นเมืองไทย เวลาเช็ครอบหนังจะสามารถดูได้จากจอข้อความเคลื่อนไหวไฟนีออนสดใส ที่มีรูปหนังประกอบ มองไล่รอบเดียวก็เห็นแล้วว่าหนังที่เราอยากดูมันมีฉายรอบไหนมั่ง ดูไม่ถึง 1 นาทีก็สามารถตัดสินใจได้ว่าจะดูรอบไหน แต่ที่ญี่ปุ่น นอกจากจะเป็นกระดาษขาวดำ A3 แล้ว ชื่อของหนังทุกเรื่องยังเป็นคาตากานะอีกต่างหาก อย่างน้อยถ้ามีคาตากานะ แล้วก็มีภาษาอังกฤษต่อท้ายให้ มันก็ยังจะหาง่ายอ่ะนะ นี่เล่นคาตากานะล้วน แค่จะหาชื่อหนังที่อยากดูก็ปาเข้าไปเกือบ 2 นาที... นานได้ใจจริงๆ -- --;;;

* ความประทับใจที่ 2 :เลือกที่นั่งโดยไม่มีหน้าจอคอมให้ดู

นั่น เป็นสิ่งที่ทำเราตกใจมากเลยนะ เพราะเดินไปถึงหน้าเคานเตอร์ เค้าถามว่าจะดูหนังเรื่องอะไร เราก็ตอบไปว่า Rat... อะไรซํกอย่าง (การ์ตูนอนิเมชั่นอ่ะ ที่หนูทำอาหารได้) ตอบแล้วพนักงานก็หยิบแผ่นกระดาษ A4 ที่มีเบอร์ที่นั่งของทั้งโรงมาให้เราเลือก เราก็มึน... จะให้ลือกยังไงวะ เค้าก็ถามว่ามีที่นั่งที่อยากได้มั้ยคะ เราก็บอกว่าอยากได้กลางๆ เค้าก็ชี้แถวมาให้เรา เราก็เลยบอกไปว่า อยากนั่งสูงกว่านั้นหน่อย อ่ะ... เจ้เค้าก็เลื่อนแถวให้ แต่ทีนี้ไม่ได้นั่งตรงกลาง -- --;;; เราก็มึน อยากได้ที่นั่งตรงกลาง แต่สูงๆ ไม่มีเหรอ เค้าก็บอกว่ามี แต่แถวนี้มีคนจองแล้ว เอาแถวล่นลงมาได้มั้ยคะ เราก็บอกว่า โอเช เจ้เค้าก็เลื่อนมาอีกแถว แต่ทีนี้ พอเราชี้เบอร์ตรงกลาง เค้าก็บอกว่าตรงนั้นมีคนจองแล้ว เขยิบซ้ายมาอีกหน่อยได้มั้ยคะ เราก็ตอบว่าโอเช แต่เค้าดันเลือกที่นั่งที่ถัดจากที่เราเลือกไว้อีก 1 ที่... อื่ม... มาถึงตรงนี้เราเริ่มมึน จะอะไรก็ช่าง ขอให้ธนิดาได้เข้าไปนั่งในโรงก็พอ

* ความประทับใจที่ 3 : เลือกที่นั่งเสร็จ เช็คบิล ราคาหนังอยู่ที่ ที่นั่งละ 1800 yen (540 บาท)

ด้วย ความเซ็งในราคาตั๋วสุดแพง ธนิดาก็เลยประชดชีวิตด้วยการซื้อป๊อปคอร์น จริงๆแล้วมันเป็นนิสัยส่วนตัวของเราแหละ ที่ว่าจะต้องกินป๊อปคอร์นทุกครั้งที่ดูหนัง โดยเฉพาะการสั่งแบบผสมรสคาราเมลกับชีสอย่างละครึ่งนี่เป็นอะไรที่เราทำประจำ แต่... ที่ญี่ปุ่นทำไม่ได้ T-T

รสธรรมดา -รสคาราเมล - Flavour Popcorn

สาม อย่างนั้นขายอยู่คนละราคา เพราะงั้นจึงเอามารวมกันไม่ได้ รสธรรมดาจะมี S M L คาราเมลก็มี S M L แต่ Flavour Popcorn จะมีแค่ไซส์ M ด้วยความที่เราอยากกินทั้งสองรส เราก็เลยสั่ง คาราเมล S กับ Flavour Popcorn รสชีสไซส์ M แต่สิ่งที่ได้มา... คือป๊อปคอร์นขนาดเท่าถ้วยน้ำดื่มขนาดธรรมดาในแมค กับถ้วยน้ำดื่มไซส์ L ของแมคเช่นกัน

ได้ของมาแล้วเรา ค่อนข้างจะงง เพราะติดใจกับไซส์ป๊อปคอร์นของไทย พอมาเจอไซส์เล็กแปลกๆแบบนี้ก็เลยค่อนข้างอึ้ง เดินถือไป กินไป เข้าไปในโรง นั่งรอ หนังยังไม่ทันเริ่ม... ไม่แคล้วป็อปคอร์นจะหมดซะก่อน

แถมท้ายว่า... คาราเมลยังถูได้ แต่รสชีสนี่เค็มจนแทบจะเป็นไต สู้ป็อปคอร์นเมเจอร์ไม่ได้เลยล่ะ -- --;;;

* ความประทับใจที่ 4 :โรงหนังญี่ปุ่นมีบริการผ้าห่ม แอนด์ ที่รองก้น

ผ้า ห่มน่ะก็ยังพอเข้าใจนะ แต่ถึงขั้นมีที่รองก้นบริการให้เนี่ย ค่อนข้างจะเหนือความคาดหมาย ฮ่าๆๆ เค้าคงมีไว้บริการเด็กๆที่มาดูหนังโดยเฉพาะล่ะนะ ถ้าเป็นเมืองไทย เด็กที่มองไม่เห็นก็ต้องมานั่งตัดพ่อแม่ เป็นภาระให้พ่อแม่เวลาดูหนัง แต่ที่นี่ พาลูกมา หยิบเลาะไป ลูกนั่งสูงขึ้น ไม่โดนคนบัง พ่อแม่ก็ดูหนังได้อย่างสบายใจ ดีเนอะ~

* ความประทับใจที่ 5 : หัวเราะกันหน่อยเด้~~~~~~~

อัน นี้เป็นอะไรที่คาใจมาก เพราะตั้งแต่ก่อนหน้าหนังเริ่ม มันมีตัวอย่างหนังวอล์ทดีสนีย์ใหม่ของปีหน้าอ่ะ เป็นหนังตลกที่เนื้อเรื่องคือตัวการ์ตูนที่ถูกเสกให้เข้ามาอยู่ในโลกจริงๆ และเค้าก็เหมือนจะเอาความเป็นการตูนดีสนีย์มาใส่ในหนังจริงๆ แบบเดินๆไปนางเอกจะร้องเพลง (ตามสไตล์ดีสนีย์มิวสิค)แต่พระเอกที่เป็นคนจริงๆก็เดินมาแล้วบอกว่า "เดินเฉยๆก็ได้ ไม่ต้องร้องเพลง" ฮ่าๆๆๆๆ ท่อนนี้เราขำคนเดียวแบบได้ใจมาก แต่คนญี่ปุ่นรอบๆข้างเรานั่งเงียบกริบเลยอ่ะ จนเราแอบสงสัยว่าการขำในโรงหนังมันผิดกฎอะไรของเค้ารึเปล่า เพราะไม่ว่าจะเป็นช่วงอื่นๆของโฆษณา ช่วงที่ฮาๆในหนัง เค้าก็ไม่หัวเราะเสียงดังกันเลยอ่ะ แทบจะไม่หัวเราะกันเลยด้วยซ้ำ

เรานั่งดูคนเดียว ต้องขำแบบเก็บกด ฮาเยอะก็เก็บกดเยอะ แย่จังเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆ

* ความประทับใจที่ 6 : さいごまですわってはいけないの??

แปล เป็นไทยว่า "จำเป็นต้องนั่งจนจบเลยเหรอ??" อันนี้เป็นคำถามที่อยากถามคนญี่ปุ่นทุกคนในโรงมาก ฮ่าๆๆๆ ถ้าเป็นเมืองไทย แค่ขึ้นคำว่า The End คนส่วนใหญ่ก็จะลุกฮือขึ้นมาจากที่นั่ง และก็ตัวใครตัวมันไปที่ทางออก ไม่ค่อยจะมีคนนั่งดูจนรายชื่อคนทำหนังทั้งหมดขึ้นจนครบ แต่ที่นี่... ทุกคนจะนั่งกันยันทุกอย่างขึ้นมาหมดแล้วด้วยความตั้งใจ เราก็ไม่เข้าใจว่ามันเป็นมารยาทการให้ความเคารพในตัวหนัง ในตัวคนสร้างหนังหรือว่าอะไรนะ แต่มันทำให้การลุกจากที่นั่งในโรงหนังญี่ปุ่นครั้งแรกของเราเป็นไปอย่างยาก ลำบากมากเลย เพราะตอนนั้นเพื่อนเราก็รออยู่ และรายชื่อคนสร้างของการ์ตูนเรื่องนี้เค้าก็ไม่ได้ทำแบบมีอะไรพลาดๆ ขำๆ ไว้ให้ดูอ่ะ เป็นรูปวาดอนิเมชั่นสองมิติธรรมดาๆเท่านั้นเอง แต่ทุกคนก็จะดูกัน...

ทำไม... ทำไม... ทำไม... ใครจะตอบเราได้มั่งเนี่ย T0T

* Conclusion

แหม่... พิมพ์คำนี้แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเขียน essay ฮ่าๆๆ แต่ไม่รู้จะเขียนหัวข้อว่าอะไรก็เอาตามนั้นแหละ สรุปรวบยอดความประทับใจทั้งหมด โรงหนังญี่ปุ่นต่างกับที่เราวางภาพเอาไว้เยอะมาก เพราะเราไม่คิดว่าโรงหนังเค้าจะโบราณแบบนี้ ที่ไม่ใช่คำว่าเก่า เพราะมันไม่เก่าอ่ะ แต่มันโบราณ อารมณ์คล้ายๆที่นั่งใน สกาล่า อะไรพวกนี้ล่ะมั้ง จะไม่ทันสมัยเท่า เมเจอร์ ส่วนพารากอนนี่ไม่ต้องเอาไปเทียบ มาโรงหนังญี่ปุ่นทีนึง พารากอนเป็นเทพเจ้าสำหรับเรามาก กลับไทยเมื่อไหร่ จะไปนั่งดูหนังที่ชอบซักสามรอบเพื่อป๊อปคอร์นรสชีส ฮ่าๆๆๆ


http://ichi2mania.exteen.com/20070917/hajimete-o

メインメニュー

เกี่ยวกับญี่ปุ่น一覧

携帯サイト